กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
MG Car Thailand Club : Café / ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนประกันรถยนต์ได้
« กระทู้ล่าสุด โดย yuhoohelloo เมื่อ พฤศจิกายน 15, 2019, 03:56:55 pm »
ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนประกันรถยนต์ได้



ทุกวันนี้การเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะครับ ยิ่งตอนชำระเงินไม่ว่าจะชำระเงินสดหรือชำระผ่านบัตรเครดิตก็อาจจะต้องแบกรับดอกเบี้ย แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณซื้อของออนไลน์ได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แถมยังสามารถผ่อนเงินสดได้ในอัตราดอกเบี้ย 0%

   ประกันออนไลน์ของ OOHOO เราให้ท่านซื้อประกันรถยนต์โดยสามารถเลือกชำระเงินแบบผ่อนเงินสดเบาๆ ดอกเบี้ย 0% แม้ไม่มีบัตรเครดิตก็ซื้อได้ง่ายๆ รับความคุ้มครองทันทีที่ชำระเงินอีกด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการกับลูกค้าทุกท่าน และสนับสนุนให้ทุกท่านทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมากขึ้นMR.OOHOO จึงนำเสนอทางเลือกดีๆมามอบให้ทุกท่านได้เลือกซื้อประกันรถยนต์กันแบบสบายกระเป๋าครับ ท่านสามารถกดซื้อกันกันได้ที่ www.oohoo.io ประกันที่ท่านไว้วางใจได้ เพราะได้รับมาตราฐานรับรองว่าปลอดภัย แล้วยังเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้าในการเลือกซื้อประกันรถยนต์แบบผ่อนชำระเงินสดโดยไม่ใช้บัตรเครดิต พร้อมยังให้ลูกค้าได้เลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทประกันชั้นนำได้ง่ายๆผ่านเว็บไซต์ก่อนตัดสินใจซื้อ แถมยังมีข้อดีคือราคาถูกม๊ากกกก !! เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้วก็รับความคุ้มครองได้ในทันทีอีกด้วย

ซื้อรถยนต์มากก็แพงแล้ว ยังไงก็ต้องหาความคุ้มครองดูแลเขาให้ดีสักหน่อย เลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองได้ทุกกรณี ไม่ว่าเราจะผิดหรือคู่กรณีจะผิดก็หมดห่วงได้เลยครับ ยังไงก็ลองเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ www.oohoo.io นอกจากจะมีประกันรถยนต์แล้ว เรายังมีประกันรถมอเตอร์ไซค์และประกันเดินทางให้ท่านเลือกซื้อกันด้วยนะคร๊าบบบ
2
รู้ก่อนบิน เดินทางไปต่างประเทศต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
   


        ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ไม่ได้ไปวันเดียว จะมีเสื้อผ้าชุดสองชุดก็คงไม่ได้ ไหนจะกล้องถ่ายรูป เครื่องสำอาง ของใช้ อุปกรณ์แต่งตัว และเสื้อผ้าที่ต้องขนไปถ่ายรูปอีกมากมาย เท่านี้ขนกันพะรุงพะรังไปหมดเลยใช่ไหมล่ะครับ แต่เดี๋ยวก๊อนนนน!! ยังไม่หมดแค่นั้นครับ เพราะสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไปอีกคือเอกสารต่างๆที่ต้องใช้ระหว่าเดินทางครับ แต่เอกสารจะมีอะไรบ้าง MR.OOHOO ลิสมาให้ท่านได้เตรียมพร้อมแล้วครับ



1. บัตรประชาชน สำหรับการยืนยันตัวตนหรือการแสดงตัวตน เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจสอบรายบุคคลก่อนขึ้นเครื่องและตรวจสอบจำนวนสัมภาระครับ
2. Passport ที่ยังไม่หมดอายุและต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ที่สำคัญคือต้องห้ามลืม ห้ามหายเลยนะครับ หากทำหายระหว่างที่อยู่ต่างประเทศก็ต้องรีบติดต่อสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ทันทีครับ
3. Visa สำหรับเข้าประเทศที่ท่านต้องการจะเดินทางไป อันนี้ในกรณีประเทศนั้นๆต้องใช้วีซ่านะครับ เพราะบางประเทศไม่ต้องใช้วีซ่า ทำให้เดินทางสะดวกมากขึ้น
4. Boarding Pass โดยปกติจะต้องมีทั้งขาไปและขากลับ เนื่องจากบางประเทศเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะขอให้แสดงก่อนเข้าประเทศ เพื่อยืนยันว่าท่านจะกลับมายังประเทศไทยอีกแน่นอน
5. เอกสารยืนยันการจองโรงแรม สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพราะบางประเทศจะมีความเข้มงวดมาก จึงจำเป็นจะต้องยื่นเอกสารการจองโรงแรม เพื่อยืนยันว่าท่านเดินทางเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ใช่เพื่อหลบหนีเข้าประเทศนั้นๆ
6. ใบรับรองแพทย์ สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ บางสายการบินอาจจะขอใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าท่านสามารถเดินทางโดยสารเครื่องบินได้โดยไม่กระทบต่อสุขภาพ จึงควรเตรียมใบรับรองแพทย์ไว้ด้วย
7. ประกันเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง อย่าลืมทำประกันเดินทางไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายขณะอยู่ต่างแดนก็คงจะรับมือได้ยากกว่าอยู่บ้านเรา ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้ครับ ท่านสามารถเลือกซื้อประกันออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่าน www.oohoo.io   ราคาแสนถูก แถมยังเปรียบเทียบแผนประกันได้เองด้วยนะครับ

   การเดินทางข้ามพรมแดนย่อมต้องมีกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆมากมาย ซึ่งอาจจะเป็นอุสรรคสำหรับบางท่านไปบ้าง ยังไงก็อย่าลืมเช็คเอกสารต่างๆก่อนเดินทางนะครับ MR.OOHOO แนะนำให้ถ่ายสำเนาเอกสารทุกฉบับเก็บไว้อีกชุด เพื่อป้องกันการสูญหายจะดีกว่า MR.OOHOO ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยนะครับ
3
SIAM USED CARS รับซื้อรถยนต์มือสองทั่วไทย

รับซื้อรถมือสองให้ราคาสูง บริการซื้อถึงที่

โทรศัพท์ : 086-3350782 Line ID : XX9009

Website : www.siamusedcars.com

#siamusedcars #รับซื้อรถยนต์มือสอง #รับซื้อรถมือสอง
4


ยินดีรับสั่งตัดผ้าคลุมรถยนต์ รถตู้ รถมอเตอร์ไซค์BigBike รถโบราณ รถคลาสสิค ผ้าคลุมรถแบบครึ่งคัน ทุกรุ่น ทุกแบบ
ผ้าคลุมเบาะรถยนต์ ผ้าคลุมล้อรถยนต์ ทุกรุ่นครับ

เพียงแจ้งรุ่นรถ ปีของรถ และอุปกรณ์เสริมพิเศษต่างๆ เช่น กันชน,แล็คใส่ของบนหลังคา
กระจกมองมุมด้านหน้า,เสาอากาศ,สปอยเลอร์,กระเป๋าข้าง,กล่องหลังมอเตอร์ไซค์ และอื่นๆ แจ้งได้ครับ

ทางร้านมีบริการรับสั่งตัดผ้าคลุมตามขนาดงานทุกชนิด,ผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์,ผ้าคลุมเครื่องออกกำลังกาย
ผ้าคลุมเครื่องซักผ้า,ผ้าคลุมเครื่องจักร,ผ้าคลุมเรือ,ผ้าคลุมงานเปิดตัวสินค้า ฯลฯ









เรามีผ้าคลุมรถหลายชนิด ซึ่งคุณสมบัติแล้วแต่การเลือกใช้ของลูกค้านะครับ








ยินดีรับรูดบัตรเครดิตของทุกธนาคาร ที่หน้าร้าน และ นอกสถานที่ครับ
(ลูกค้าท่านใดต้องการรูดบัตรเครดิตธนาคาร นอกสถานที่ กรุณาแจ้งล่วงหน้าครับ)

บริการส่งฟรี กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จะมีพนักงานจัดส่งของให้ฟรี ที่บ้านลูกค้าแล้วค่อยชำละเงินตอนรับของครับ

**ต่างจังหวัด ชำละเงินโดยโอนผ่านบัญชีธนาคาร ส่งฟรี Kerry Express ถึงหน้าบ้าน ไม่มีค่าส่งครับ**

สนใจสั่งซื้อ หรือ สั่งตัดผ้าคลุมรถแบบพิเศษต่างๆ ที่โทร. คุณธีร์ 080-9944 736 // 087-086 9595
หรือสอบถามทาง Line:id 080-9944 736 หรือ กด@carcover2u

Email: carcover2you@hotmail.com

https://www.facebook.com/info.carcover2u/

http://www.carcover2you.com
5
รับซื้อรถยนต์มือสอง ทั่วประเทศไทย บริการถึงบ้านท่าน

รับซื้อเอง ขายเอง ไม่ผ่านนายหน้า จึงซื้อได้ราคาสูง

รับซื้อรถมือสองทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ รถบ้าน รถหรู

รถผ่อนไม่ไหว รถค้างไฟแนนซ์ รถติดจำนำ สามารถขายได้

ตกลงซื้อ-ขาย ในราคาที่ท่านพอใจ จ่ายด้วยเงินสดทันที

ติดต่อ 086-3350782 Line id : XX9009

www.siamusedcars.com
6
MG Car Thailand Club : Café / ฤกษ์ออกรถเดือนพฤศจิกายน 2562
« กระทู้ล่าสุด โดย yuhoohelloo เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2019, 04:24:43 pm »
ฤกษ์ออกรถเดือนพฤศจิกายน 2562



   เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปีแล้วครับ ท่านที่กำลังมองหารถใหม่หรือเตรียมจะถอยรถคันใหม่แล้ว ยังไงก็แวะดูฤกษ์งามฤกษ์ดีก่อนออกรถสักหน่อยครับ ฤกษ์เด่นๆประจำเดือนพฤศจิกายน MR.OOHOO รวบรวมมาให้พร้อมแล้วคร๊าบบบ 

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนพฤศจิกายน 2562
วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59น. (ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้)
วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19น. (ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้)
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59น. (ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้)
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19น. (ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้)
วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59น. (ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้)
วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19น. (ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้)
วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59น. (ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้)
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59น. (ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้)
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลาสตาร์ทกุญแจ 10.19น. (ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้)

หมายเหตุ:
   วันพุธกลางวันคือ เกิดช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น.
   วันพุธกลางคืนคือ เกิดช่วงเวลา 18.00 – 06.00 น.




   ส่วนท่านใดที่ยังไม่มีประกันรถยนต์สำหรับรถคันใหม่ ท่านสามารถเลือกซื้อได้บนเว็บไซต์ของประกันออนไลน์ แล้วนะครับ ที่ www.oohoo.io เลยครับ เค้ามีให้เปรียบเทียบแผนประกันแต่ละเจ้าก่อนการสั่งซื้อ แถมซื้อแล้วคุ้มครองทันที รวดเร็วทันใจมากๆ เค้ายังมีให้ท่านเลือกซื้อทั้งประกันรถยนต์ ประกันรถมอเตอร์ไซค์และประกันเดินทางเลยนะครับ
7
ติตต่อได้ที่ Siam Used Cars เท่านั้น

โทรศัพท์ : 086-3350782 Line ID : XX9009

Website : www.siamusedcars.com

#siamusedcars #รับซื้อรถยนต์มือสอง #รับซื้อรถมือสอง
8
ท่ามกลางการแข่งขันอันรุนแรงของตลาดรถยนต์ของเมืองไทยในช่วงปลายปี นับว่าแต่ละค่ายรถยนต์ต่างก็งัดเอากลยุทธเด็ดๆ มาทำการตลาด รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจออกสู่ตลาด และหนึ่งในนั้นก็มี "NEW MG HS" รถยนต์แนว SUV ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นรอบด้าน จนสามารถเพิ่มกระแสความร้อนแรงของตลาดรถยนต์ในเมืองไทยให้พุ่งพล่านมากขึ้นไปอีกระดับ

NEW MG HS เป็นรถยนต์ SUV รุ่นล่าสุดจาก บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด "ELEGANCE" นิยามของ SUV ที่เหนือระดับเพื่อภาพลักษณ์ของความสำเร็จ สะท้อนรสนิยมและบ่งบอกความเป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบของผู้ขับขี่ พร้อมยกระดับมาตรฐานรถ SUV ไปอีกขั้นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน

NEW MG HS ได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถันโดยผสมผสานระหว่างความหรูหรากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถ กระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ซึ่งมาพร้อมแนวคิด ‘Stella Magnetic Field’ ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่าง สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ Space Light Field ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความโค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมการเล่นระดับมีสไตล์และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ครอบคลุมทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เพิ่มความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น X) ในขณะที่เบาะหลังนั่งสบายปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขนขนาดใหญ่

โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตูและสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทาง

NEW MG HS มีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในขณะขับขี่อย่างครบครัน อาทิ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมกุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission)แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที โดยสามารถทำความเร็ว 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 โดยรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น เพิ่มอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

สืบทอดสายพันธุ์ที่โดดเด่นไปกับช่วงล่างตามแบบ Euro Tuning Suspension ที่ให้ทั้งความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ที่ได้รับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับการขับขี่ของลูกค้า และช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link ที่รองรับการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย

ล้ำหน้าไปกว่าใครกับระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย ที่มีฟังก์ชั่นการสั่งการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การโทรออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ (Point Of Interest) ผ่าน Navigator เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิต เพลงดังผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหารเด็ด สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ และ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อก ประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

"NEW MG HS" มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C ราคาจำหน่าย 919,000 บาท, รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท โดยมีสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red สีขาว Arctic White สีดำ Black Knight และสีเงิน Silver Metallic


ขอบคุณที่่มาจาก : siamsport.co.th
9
ถือเป็นอีกหนึ่งความซักเซสที่น่าสนใจ สำหรับค่ายเอ็มจีหลังจากตัดสินใจเดินเกมเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในบ้านเราด้วยการส่งรถครอสโอเวอร์อย่าง เอ็มจี เเซดเอส อีวี

เพียงระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน กวาดยอดขายทะลุทะลวงเป้าหมายจากเดิมที่ “พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจีเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า..เดิมตั้งเป้ายอดขายในทั้งปี ไว้ที่ 1,000 คัน
แต่ปรากฏว่า ยอดจองวันนี้วิ่งไปเเตะระดับ 1,600 คัน ไปแล้ว มีรถส่งมอบถึงมือลูกค้าไปแล้วกว่า 600 คัน

อะไรทำให้รถคันนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้า ชนิดที่เรียกว่า “เกินความคาดหมาย” ไม่รอช้า… เอ็มจีจัดทริปทดสอบ โดยเลือกใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-กรุงเทพฯ ระยะทางวิ่งไป-กลับไม่เกิน 400 กิโลเมตร เรียกว่าขับไปเช้า แวะชาร์จพลังงานไฟฟ้า แล้วขับกลับกรุงเทพฯได้แบบสบาย ๆ

ออกสตาร์ตจากสนามทดสอบ MG Driving Experience Centre บนถนนศรีนครินทร์ หลังจากนัดแนะเส้นทาง ทีมงานเปิดสนามให้ทดสอบความคล่องตัวของเจ้าแซดเอส อีวี คันนี้ด้วยการขับแบบสลาลอม และอัตราเร่งในช่วงทางตรง ว่ารถไฟฟ้าคันนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างดี การทำงานของ “มอเตอร์ไฟฟ้า” พร้อมตอบสนอง ไม่ต้องรอรอบ กดปุ๊บเรียกว่ามาได้ทันใจ

ลองเรียกความมั่นใจของระบบช่วงล่างกันหน่อย ผลทดสอบมีความรู้สึกว่ารถค่อนข้างเบาไปเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับน่าเกลียด ซึ่งถือเป็นอาการปกติของรถยนต์ประเภทนี้

นอกจากนี้ ยังได้ทดลองระบบหน่วงตัวรถ ซึ่งนอกจากช่วยชะลอความเร็วแล้ว ยังสามารถนำพลังงานจากแรงเฉื่อยมาแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้อีกด้วย ซึ่งเราสามารถตั้งระดับความหน่วงได้ 3 ระดับก่อนออกไปวิ่งจริง ใช้งานจริงจากศรีนครินทร์ เพื่อเบนหัวออกมอเตอร์เวย์ สำรวจตรวจตรา เอ็มจี แซดเอส อีวี คันนี้ แทบไม่ได้เเตกต่างจาก เอ็มจี เเซดเอส รุ่นเครื่องยนต์ปกติ มีจุดที่แตกต่างภายนอก คือ ล้ออัลลอยลายพิเศษ กระจังหน้า และโลโก้ด้านหลัง

อีกจุดที่เอ็มจี ไทยเเลนด์ ต้องการสร้างความเเตกต่างอย่างสิ้นเชิง คือ สีของตัวรถ เเซดเอส อีวี ซึ่งนำเข้ามาทำตลาดเพียงสีเดียว คือ สีฟ้า “โคโปเฮเก้นบลู” ที่ต้องการสื่อ และตอกย้ำถึงความเป็นรถยนต์ “รักษ์โลก” ต่างจากเเซดเอส อีวี ที่ก่อนหน้านี้

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ไปทดสอบยังยานเเม่ สำนักงานใหญ่ของเอ็มจี เเซคมอเตอร์ ที่เซียงไฮ้ ซึ่งจะมีความหลากหลายของสีให้เลือกมากกว่า

ในตำแหน่งที่นั่งหลังพวงมาลัย ปรับเบาะอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เหมาะสม ได้เวลาเดินทางกว่าจะผ่านย่านจราจรอันหนาเเน่นบนถนนศรีนครินทร์ออกมาได้ เรียกว่าใช้เวลา และต้องชิงจังหวะพอสมควร บางช่วงต้องกระชากขึ้นขวา มุดลงซ้าย ซึ่งรถคันนี้ถือว่าให้ความคล่องตัวดี พวงมาลัยสั่งการได้อย่างใจ อาการโยนของตัวรถถือว่า นิ่งและนุ่ม มาจากการเซตช่วงล่างที่ดี เมื่อเทียบกับแซดเอสรุ่นเครื่องยนต์ถือว่า ดีกว่าเห็น ๆ

เมื่อออกสู่นอกเมือง มีจังหวะกดแป้นคันเร่งเรียกความเร็ว ไม่ต้องรอรอบ มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองอัตราเร่งวิ่งขึ้นตามแรงกดของปลายเท้า สู่จุดหมายปลายทางที่ 7-Eleven ธาราพัทยา เพื่อเป็นจุดแวะพักรถเเละเติมพลังชาร์จไฟฟ้า ซึ่งมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าของทาง EA ไว้ค่อยให้บริการ ในบริเวณของ 7-Eleven เรียกว่าจุดนี้ใครขับรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือรถอีวี ไปพัทยา สามารถเเวะเข้าไปใช้บริการได้

แซดเอส อีวี มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ 3 โหมด ใครชอบความแรง ช่วงล่างแน่น ๆ มีโหมดสปอร์ตให้เลือก แต่ต้องเตรียมใจ เพราะหากเลือกขับขี่ในโหมดนี้ต้องยอมรับสภาพว่า พลังงานไฟฟ้าในเเบตเตอรี่อาจจะหมดไปเร็วกว่าการใช้งานในโหมดอีโค และโหมดนอร์มอล

โดยส่วนตัวเเล้วขอขับในโหมดนอร์มอลก็เพียงพอ ทั้งจังหวะของการออกตัว วิ่งบนย่านความเร็วตามกฎหมายกำหนด ไปได้เหลือเฟือกับขุมกำลัง 150 แรงม้า บางจังหวะทางด้านหน้าโล่ง กดแป้นความเร็วขึ้นไปไม่ถึงอึดใจที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สบาย ๆ

ส่วนใครที่ยังกังวลเรื่องของขุมกำลังกระเเสไฟฟ้าที่จะนำมาใช้หล่อเลี้ยงระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร ทั้งแอร์คอนดิชั่น เครื่องเสียง ระบบไฟฟ้า ทีมงานเอ็มจีชี้แจงว่าหายห่วง

เพราะรถคันนี้ใช้เเบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ แยกต่างหากเพื่อหล่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ต้องมาดึงกำลังจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถแต่อย่างใด นอกเสียจากกรณีแบตเตอรี่ 12 โวลต์ จะอ่อนพลังงานถึงจะดึงไฟฟ้าจากแบตขับเคลื่อนไปป้อน

เมื่อนั่งคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อการเดินทางต่อการชาร์จพลังงานเต็ม 100% อยู่ที่ประมาณ 150-200 บาท ส่วนค่าดูแลบำรุงรักษาที่ 100,000 กม. ใช้เงินอยู่ที่ 8,545 บาทเท่านั้น

ถึงบรรทัดนี้ต้องบอกว่า เอ็มจี เเซดเอส ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่น่าสนใจ และยังสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ยิ่งคุณมีเส้นทางการขับขี่ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะใช้งานในเมือง นอกเมือง ถือว่าสะดวกสบายพอสมควร ยิ่งถ้ามีสถานีชาร์จไฟในเส้นทางแล้ว บอกเลยว่ารถคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ยิ่งทีมงานเคลมว่าการชาร์จไฟ 1 ครั้งรถคันนี้จะวิ่งได้ 330 กิโลเมตร หากใช้ควิกชาร์จ ที่มีข้อดีคือใช้เวลาน้อย เพียงแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงจากแบตเตอรี่ 0% ก็ได้ประจุไฟฟ้าเข้าไปในแบตเตอรี่ 80% กับราคาค่าตัวที่ 1.19 ล้านบาท ถามว่าคุ้มค่าไหม ลองถามใจคุณดู



ขอบคุณที่มาจาก : prachachat.net
10
เปิดตัวไปไม่นานกับกระบะ MG Extender ที่มาพร้อมกับจุดขาย “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” พร้อมด้วยออฟชั่นมากมาย และไม่พลาดกับระบบ i-Smart สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยที่บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก แต่ทว่าการแข่งขันในตลาดรถกระบะในประเทศไทยถือว่า รุนแรงมาก เรียกได้ว่าตลาดปราบเซียนกันเลยที่เดียวดังนั้น MG Extender จะผ่านด่านต่างๆไปได้อย่างไรคงต้องมาดูกัน

ดังนั้น เอ็มจี ประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการทดสอบ สมรรรถนะของตัวรถว่าจะมีดีอย่างไรบ้าง นอกจากความใหญ่ โดยเส้นทางในการทดสอบครั้งนี้ เริ่มต้นที่ ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี ทางทีมงานได้ถูกเชิญเป็นกลุ่มแรกในการเดินทาง เส้นทางทั้งหมดในการเดิน ทางทดสอบของ MG Extender วิ่งจากใต้ ผ่านภาคกลาง ผ่านอีสาน และก็ขึ้นเหนือ ครบทุกภาคกันเลย

ก่อนการเดินทางเริ่มต้นทำความรู้จักกับ MG Extender กับจุดขายหลักในการสื่อสารคือ “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ถ้าเทียบรถกระบะที่จัดจำหน่ายในประเทศ ก็ถือว่าเป็นรถกระบะที่มีขนาดใหญ่สุดในตลาด

รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน
[รีวิว] MG Extender กระบะพันธุ์ยักษ์ ออฟชั่นดีนั่งสบาย
วรัญญู ยอดพรหม
โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 17 ตุลาคม 2562
150
SHARES

เปิดตัวไปไม่นานกับกระบะ MG Extender ที่มาพร้อมกับจุดขาย “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” พร้อมด้วยออฟชั่นมากมาย และไม่พลาดกับระบบ i-Smart สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยที่บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก แต่ทว่าการแข่งขันในตลาดรถกระบะในประเทศไทยถือว่า รุนแรงมาก เรียกได้ว่าตลาดปราบเซียนกันเลยที่เดียวดังนั้น MG Extender จะผ่านด่านต่างๆไปได้อย่างไรคงต้องมาดูกัน


ดังนั้น เอ็มจี ประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการทดสอบ สมรรรถนะของตัวรถว่าจะมีดีอย่างไรบ้าง นอกจากความใหญ่ โดยเส้นทางในการทดสอบครั้งนี้ เริ่มต้นที่ ภูเก็ต – สุราษฎร์ธานี ทางทีมงานได้ถูกเชิญเป็นกลุ่มแรกในการเดินทาง เส้นทางทั้งหมดในการเดิน ทางทดสอบของ MG Extender วิ่งจากใต้ ผ่านภาคกลาง ผ่านอีสาน และก็ขึ้นเหนือ ครบทุกภาคกันเลย

ก่อนการเดินทางเริ่มต้นทำความรู้จักกับ MG Extender กับจุดขายหลักในการสื่อสารคือ “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ถ้าเทียบรถกระบะที่จัดจำหน่ายในประเทศ ก็ถือว่าเป็นรถกระบะที่มีขนาดใหญ่สุดในตลาด

ภายนอก
หน้าตา MG Extender ดูจากภาพภายนอก มีความดุดัน แข็งแกร่ง ตามแบบฉบับรถกระบะ มีความบึกบึน ในสไตร์ยุโรป ไฟหน้าแบบ LED Projector ที่มีระบบเปิด-ปิด และปรับเลี้ยวตามองศาของพวงมาลัยอัตโนมัติ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียว เข้าชุดกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง ดุดัน, โป่งล้อขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มมัดกล้ามอันบึกบึนของตัวรถ, ราวหลังคาสไตล์สปอร์ตพร้อมความอเนกประสงค์, ไฟท้ายส่องสว่างแบบ LED ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และ ยังมาพร้อมกับกล้องมองภาพรอบคัน ที่ติดตั้งกล้องหน้าไว้ที่ชุดกันชนหน้า, กล้องด้านข้างซ้าย – ขวาติดตั้งที่กระจกมองข้าง และกล้องมองหลังติดตั้งไว้ที่มือจับฝาเปิดกระบะท้าย

ภายใน
ถือว่าเป็นจุดขายหลักสำคัญของ MG Extender คือ ห้องโดยสาร  ซึ่งบอกได้เลยว่า MG Extender นั้น เป็นรถกระบะที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง และนั่งสบายที่สุด ในความเห็นจากทีมงาน  เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะนั่งด้านหลังนั่งสบาย วัสดุต่างๆ เป็นแบบ Soft Touch ซึ่งให้ความรู้สึกพรีเมียม อีกทั้งยังมีช่องแอร์ และช่องเสียบ Power Outlet 12v สำหรับผู้โดยสารตอนหลังให้อีกด้วย ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารของ MG Extender นั้น จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ปุ่ม Push Start, ที่วางแก้วน้ำบริเวณช่องแอร์เพื่อรักษาความเย็น, ช่องเสียบชาร์จไฟ USB, ที่วางของบริเวณคอนโซลหน้า และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ระบบอินโฟเทนเมนท์หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth และ USB อีก 2 ช่อง ที่มีระบบ i-Smart สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย สามารถค้นหาสถานที่, ร้านอาหาร, ที่พักโรงแรม, ปั้มน้ำมันใกล้เคียง ฯลฯ

มาต่อกันในส่วนของขุมพลัง MG Extender ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด ได้แก่ Normal, ECO และ Power ซึ่งทั้ง 3 โหมด ก็จะเซ็ทอัตราเร่ง และการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งในรุ่นท็อปสุดยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD ที่มีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H และ 4L

มาถึงการทดสอบ สัมผัสแรกในห้องโดยสาร สมกับที่เป็นจุดขายหลักของรถคือห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างนั่งสบายเบาะนั่งโอบกระชับ พนักวางแขนและวัสดุต่างๆเป็นแบบ Soft Touch ซึ่งส่งผลทำให้ตัวรถดูแพงขึ้นมาและให้ความรู้สึกนุ่มในการสัมผัส ส่วนด้านเบาะหลังพื้นที่ก็กว้างเช่นกัน การออกแบบหลังคา แบบโป่งทำให้ไม่รู้สึกไม่อึดอัดเวลานั่งทำให้รู้สึกสบาย เริ่มออกเดินทาง จากโชว์รูม MG ภูเก็ต เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางโค้งและทางตรงยาว รถมีกำลังที่มากพอในการขับเคลื่อน ถึงแม้ว่ารถดูมีขนาดใหญ่กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า เพียงพอกับการเดินทางไกล ให้อัตราเร่งที่ดีในทางตรงยาวๆและการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ แต่ก็ไม่ได้แรงจนทำให้หลังติดเบาะ คันเร่งอาจจะหน่วงหน่อยทำให้ต้องปรับตัวกันพักนึง

    รถที่ใช้ในการทดสอบเป็น ตัวยกสูงขับสี่ โดยระบบช่วงล่างถือได้ว่าเซ็ทออกมาให้มีความนุ่ม หนึบ และเกาะถนน จุดเสียของรถกระบะคือท้ายจะกระเด้งแต่ MG Extender มีอาการน้อยมาก ทำให้นั่งในทางไกลไม่รู้สึกเหนื่อย ให้ความรู้สึกเหมือนรถ suv ด้วยระบบช่วงล่าง ที่ทาง MG ให้คำนิยามว่า Euro Tuning Suspension ซึ่งก็คงเป็นเพราะ การเลือกใช้โช้คอัพของ Sachs ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างได้รับความไว้วางใจ ในรถยุโรปหลายๆ แบรนด์ รวมไปถึงระบบ ESP และระบบ ABS ที่เลือกใช้ของ Bosch ซึ่งก็เป็นแบรนด์ที่ไว้วางใจได้  เสียงลมที่เข้ามาในห้องโดยสารถือว่าทำได้ดีมาก สำหรับรถกระบะในกลุ่มเดียวกัน พวงมาลัยอาจจะน้ำหนักเบาไปในความเร็วสูงแต่งดีในการใช้งานในเมือง
การทดสอบในครั้งนี้ ทางเอ็มจีได้มีการจัดกิจกรรมทดสอบอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้รถทุกคันเติมน้ำมันให้เต็มถัง และทดลองวิ่งในระยะทางกว่า 90 กม. กำหนดเวลา 60 นาที ผู้ทดสอบขับขี่ในโหมด ECO มาตลอดระยะทาง โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 80 – 90 กม./ชม. ผลการแข่งขัน ค่าเฉลี่ยในการวิ่งของรถทุกคันสามารถทำอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ที่ 13.42 กม./ลิตร และผู้ที่ทำอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีที่สุดอยู่ที่ 15.54 กม./ลิตร (ผู้โดยสาร 3 คนต่อคัน)

ด้านระบบความปลอดภัยของ MG Extender นั้น มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)
ถุงลมนริภัย 6 ตำแหน่ง
กล้องมองภาพรอบทิศทาง
กล้องมองหลัง
สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า และด้านหลัง

สรุป กระบะ MG Extender โดยรวมถือว่า ทำออกมาได้ดี เป็นรถกระบะน้องใหม่ ที่ถือว่าไม่ขี้เหร่ ในมุมมองจากทีมงานอุปกรณ์ต่างๆที่ MG Extender ใส่มาให้นั้นเรียกได้ว่าจัดเต็ม เลือกอุปกรณ์จากบริษัทชั้นนำเพื่อให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด การขับขี่ถือว่าสอบผ่าน ให้ความรู้สึกเหมือนรถ suv ห้องโดยสารขนาดใหญ่ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด สุดท้ายก็อยู่ที่ผู้บริโภคจะเปิดใจรับหรือไม่เพราะตลาดรถกระบะถือว่าหินที่สุด
ข้อดี
1 ตัวถังใหญ่ดูดุดัน
2 ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย
3 อ็อพชั่นให้มาเต็มระบบ
4 ช่วงล่างให้ความรู้สึกเหมือนรถ suv

ข้อเสีย

1 เครื่องยนต์ ให้อัตราการประหยัดน้ำมันยังไม่ดีเทียบกับคู่แข่งในตลาด 
2 พวงมาลัยเบาเกินในช่วงความเร็วสูง
3 ราคาไม่ดึงดูดเท่าที่ควร

ทาง MG Extender นั้น มีค่าบำรุงรักษาที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับเดียวกัน (100,000 กม. ไม่เกิน 20,000 บาท)  ในราคา 1,029,000 บาท MG Extender เหมาะกับใคร อยู่ที่คุณจะชอบหรือไม่



ขอบคุณที่มาจาก : autospinn.com


หน้า: [1] 2 3 ... 10