ผู้เขียน หัวข้อ: จริงดิ! ขับ MG ไปที่ไหน เมียเช็คได้ตลอดเวลา!  (อ่าน 470 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 36
    • ดูรายละเอียด
กลายเป็นเรื่องสนุกในโลกโซเชียลไปแล้ว เมื่อมีโพสต์เกี่ยวกับระบบสื่อสารอัจฉริยะของรถยนต์ MG ที่คุณภรรยาไม่อยู่บ้าน คุณสามีเลยขับรถออกไปกะว่าจะหนีเที่ยวสักหน่อย แต่ระบบเจ้ากรรมดันแจ้งให้เจ้าของรถซึ่งก็คือคุณภรรยารู้ว่า ตอนนี้รถถูกขับออกจากบ้านไปสถานที่แห่งหนึ่ง..ดีนะที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่อย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น!
ส่วนอีกแชร์ เป็นเรื่องในบ้านอีกแล้ว ที่คุณสามีขับรถออกไปใช้ แล้วคุณภรรยาลองถามว่าไปไหนยังไงไปกับใคร ไปกี่คน..ทางฝ่ายคุณสามีก็ตอบว่าไปส่งเพื่อน 3 คน คุณภรรยาเลยเช็คแอปฯ ปรากฎว่าพอรถหยุด ระบบแจ้งว่ามีประตูรถเปิดออก 3 บาน แต่ฝั่งคนขับยังปิดอยู่…เคสนี่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น โชคดีไป!
 
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นของจริง เพราะระบบที่ว่านี้คือ “InkaNet” ระบบการสื่อสารอัจฉริยะระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เอ็มจี ระบบแรกในตลาดที่ทำงานบนเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ที่ใช้งานสะดวกถึง 3 ช่องทาง – สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และคอลเซ็นเตอร์ และให้ความปลอดภัยสูงสุดกับระบบติดตามรถยนต์แบบเรียลไทม์ที่จะติดตามตำแหน่งรถยนต์ได้ตลอดเวลาและการตรวจวิเคราะห์สภาพรถยนต์แบบรีโมท ช่วยเช็คความผิดปกติในระหว่างขับรถได้ทันที แต่กลายเป็นระบบติดตามคุณสามีในทันทีด้วยเช่นกันนะเนี่ย
ทำความรู้จักกันสักนิด โดยระบบ InkaNet คือ ระบบอัจฉริยะที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์เอ็มจีกับผู้ขับขี่ โดยเชื่อมต่อกันผ่าน T-Box ซึ่งเป็นชุดการสื่อสารบนเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายในรถที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ซึ่งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ (SAIC Motor) พัฒนาขึ้นและเปิดตัวเป็นครั้งแรกในตลาดอื่นเมื่อปีพ.ศ. 2553  และพัฒนาเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมจากความบันเทิงแบบเรียลไทม์ในระยะแรกให้ครอบคลุมระบบนำทาง และความปลอดภัยของรถยนต์
โดยฟังก์ชั่นหลักของ inkaNet ได้แก่ My Vehicle, Showroom แคตาล็อกข้อมูลรถและการขอจองคิวทดสอบรถ และ Personal Center สำหรับการลงทะเบียนและตั้งค่าต่างๆ
ฟังก์ชั่นในกลุ่ม My Vehicle ประกอบด้วยระบบความปลอดภัยและระบบนำทาง โดยเอ็มจีได้พัฒนาระบบติดตามรถยนต์แบบเรียลไทม์ (Real-time Vehicle Monitoring) ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของรถยนต์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในกรณีที่รถยนต์ถูกขโมยจะสามารถติดตามตำแหน่งของรถเพื่อค้นหารถได้อย่างรวดเร็ว และสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบในการจับกุมคนร้ายได้ด้วย
การตรวจวิเคราะห์รถยนต์แบบรีโมท (Remote Vehicle Diagnosis) เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้ตรวจสอบปัญหาด้านเทคนิคของเครื่องยนต์  ซึ่งนอกจากจะให้ความสะดวกแก่ผู้ขับขี่แล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
ระบบการแจ้งเตือนความผิดปกติ (Vehicle Alarm) อื่นๆ เช่น การเคลื่อนรถยนต์ที่ผิดปกติ การเตือนเมื่อมีการสตาร์ทเครื่องยนต์ ที่ให้ความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ในการติดตามสถานะและข้อมูลล่าสุดของรถ ฟังก์ชั่นการตรวจสอบสถานะการทำงานของรถ (Vehicle Status Update) เช่น ระยะทาง ปริมาณน้ำมัน ประตูปิดสนิทหรือไม่ เป็นต้น และฟังก์ชั่น การควบคุมการทำงานของรถ (Remote Vehicle Controlling) ซึ่งให้ความสะดวกในการสั่งเปิด/ปิดประตูรถ หรือเมื่อจอดรถในลานจอดขนาดใหญ่ที่อาจหารถไม่พบ ก็สามารถสั่งการผ่านแอพพลิชั่นบนสมาร์ทโฟนให้รถกะพริบไฟหน้าเพื่อให้มองเห็นได้ง่าย
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น ระบบนำทางที่บอกตำแหน่งของรถ และสถานที่ที่สนใจ (Point of Interest)  รวมทั้งแนะนำเส้นทางที่มีการจราจรสะดวกที่สุดด้วย โดยในการใช้งานครั้งแรก ผู้ขับขี่จะต้องลงทะเบียนรถ และผู้ใช้ เพื่อความปลอดภัย สามารถใช้งานผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และผ่านคอลเซ็นเตอร์ นั่นเอง
จะพูดไปแล้วระบบแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวก ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของรถยนต์ รวมทั้งป้องกันการโจรกรรม ถือว่าเป็นระบบดีๆ ที่ทาง MG คิดค้นมาเพื่อผู้ใช้รถยนต์ MG ทุกรุ่น ส่วนคุณพ่อบ้านที่คิดจะเอารถออกไปใช้ ให้คิดให้ดีนะ อย่าไปในที่อโคจร ไม่งั้นกลับบ้านไปอาจโดนสังหารโหดได้นะ..จะบอกให้!

ขอบคุณที่มาจาก : grandprix.co.th