ผู้เขียน หัวข้อ: แอบส่องความคิดเห็นของผู้ใช้จริง รถยนต์ MG3 ช่วงล่างหนึบ แต่ปัญหาเพียบ จริงหรือ ?  (อ่าน 861 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 53
    • ดูรายละเอียด
MG3 เป็นรถยนต์ที่มีความแปลกใหม่สำหรับคนไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทั้งคนที่ชอบ และแอนตี้ อันนี้ต้องมาดูกันดีกว่า ว่าผู้ใช้จริงมีความคิดเห็นอย่างไร ในเรื่องนี้

MG3 เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน หรือเห็นรถยนต์รุ่นนี้ในเมืองไทยมากนัก เพราะพึ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเราแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ถือว่ายังเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ใหม่มากสำหรับเมืองไทย แต่ข่าวดีก็คือ แบรนด์นี้มีโรงงานผลิตอะไหล่ในบ้านเรา ทำให้หมดปัญหาเรื่องการหาอะไหล่ซ่อมแซมแน่นอน แต่จะมีปัญหาเรื่องอื่นๆ หรือเปล่า อันนี้ต้องมาดูกันดีกว่า ว่าผู้ใช้จริงมีความคิดเห็นอย่างไร ในเรื่องนี้

จุดเด่นของ MG3

การออกแบบภายนอก ต้องยอมรับจริงๆ ในเรื่องของการออกแบบของ MG เพราะไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ และฉีกแนวการออกแบบของซิตี้คาร์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป และเป็นรถยนต์ที่มีความเป็นรถสปอร์ตในตัวเองค่อนข้างมาก เรียกได้ว่า หากขับออกไปข้างนอก จะต้องมีคนหันมองอย่างแน่นอน

ช่วงล่างแน่นขับเร็วไม่มีแกว่ง ในขณะที่หลายคนมีความสงสัยเกี่ยวกับ สมรรถนะของ MG3 แต่เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ใน Pantip.com นั้น ค่อนข้างไปในทางเดียวกันในเรื่องของความหนึบของช่วงล่าง ทำให้เมื่อเทียบกับรถอีโคคาร์ และซิตี้คาร์เจ้าอื่น ค่อนข้างจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นขาซิ่ง ที่ชอบขับรถแบบเหยียบเต็มแม็กซ์ ไม่ผิดหวังแน่นอน แต่สำหรับในจุดนี้ หลายคนก็มองว่าเป็นจุดด้อยเหมือนกัน เพราะด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น เมื่อเทียบกับอีโคคาร์อื่นๆ ทำให้อัตราการกินน้ำมันดูเหมือนมาก แต่หากมองเทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ จะพบว่า ในรถรุ่นที่มีน้ำหนักที่เบากว่า กลับกินน้ำมันเท่ากัน ซึ่งนั่นหมายความอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถยนต์ เหล่านั้น มากกว่า MG3 อยู่พอสมควร

ประหยัดน้ำมันได้ดั่งใจ เพราะเป็นรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก เรื่องของการประหยัดน้ำมัน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ซึ่งในจุดนี้เอง MG3 ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกผิดหวัง เพราะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 9.85 กิโลเมตร/ลิตร แถมยังใช้แก๊ซโซฮอลล์ E20 ในการขับเคลื่อน ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดแล้ว ยังจัดว่าเป็นรถยนต์ รักษ์โลกอีกหนึ่งรุ่นที่ห้ามมองข้าม

เมื่อมีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย ซึ่งเจ้าข้อเสียเหล่านี้ ทำให้หลายคนตัดสินใจที่จะไม่ซื้อ MG 3 เลยด้วยซ้ำ มาดูกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง และร้ายแรงขนาดไหน

ปัญหาที่พบจากคนขับ MG3

ระบบเกียร์ใช้งานยาก เนื่องจากเกียร์ของ MG3 นั้นเป็นเกียร์แบบ Selematic หรือเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันแทบจะไม่มีรถยนต์รุ่นอื่นๆ ใช้งานเลย เนื่องจากคุณสมบัติของเกียร์นี้ หากใช้ไม่เป็น อาจจะทำให้รถกระตุกได้เป็นพักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันตั้งอยู่ในโหมดอัตโนมัติ ข้อเสียของเกียร์นี้ ก็คือ หากเป็นจังหวะที่คุณ ขับรถแบบช้าๆ ลากรอบ แบบการขับในเมืองทั่วไป จะพบว่ามีการกระตุก จนน่ารำคาญไม่น้อย แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบเกียร์แบบแมนนวล สำหรับคนที่เคยขับแบบเกียร์ธรรมดา จะช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายกว่า และทำความเร็วได้ดั่งใจกว่าด้วย

พวงมาลัยหนักมาก นอกจากน้ำหนักของรถแล้ว MG3 ยังมีปัญหาในเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัยด้วย อาจจะเป็นเพราะ ทางผู้ผลิตต้องการที่จะทำให้รถเป็นรถราคาอีโคคาร์ ในคุณภาพรถยุโรป อะไรหลายๆ อย่าง ก็เลยเป็นยุโรปไปซะหมด ซึ่งปัญหาเรื่องน้ำหนักพวงมาลัยนี้ อาจจะไม่สร้างปัญหา หากไม่อยู่ในจังหวะที่ต้องใช้การหมุนอย่างรัวๆ อย่างการถอยเข้าที่จอดรถในห้าง ที่อาจจะใช้เวลานานกว่าเดิมมาก

เข็มขัดนิรภัย พาดคนละด้านกับรถรุ่นอื่น ถ้าคุณเคยชินกับการ กระโดดขึ้นรถแล้ว ลากเข็มขัดนิรภัย จากด้านซ้ายมาด้านขวา อาจจะงง เล็กน้อย เพราะเจ้าเข็มขัดของ MG3 นั้น ดันเป็นแบบลากจากขวามากซ้ายแทน แต่หากปรับตัวได้ ทุกอย่างก็จะง่าย

หาศูนย์บริการยาก ด้วยความที่ MG3 พึ่งเข้ามาทำการตลาดในบ้านเราไม่นานนัก ทำให้จำนวนของศูนย์บริการ มีน้อย หากรถมีปัญหา อาจจะต้องใช้เวลามากหน่อย เพื่อหาศูนย์บริการใกล้บ้าน และอาจจะโชคร้ายหน่อย ที่หลายๆ จังหวัด ยังไม่มีศูนย์บริการของรถยนต์เจ้านี้เปิดให้บริการเลย

ราคาขายต่อค่อนข้างต่ำ จริงๆ เรื่องของราคา หลายคนอาจจะบอกว่าต้องการซื้อรถยนต์มาเพื่อใช้งาน แต่ในวันข้างหน้าหากคุณ จำเป็นต้องขายไป บอกได้เลยว่า ราคาหายไปเป็นแสน เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่น ที่เวลาขายต่อได้ราคาดีกว่ามาก ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น หากชื่อเสียงของแบรนด์ได้รับการยอมรับในบ้านเรามากขึ้น

สรุป

เรามองว่า MG3 เป็นรถยนต์ที่มีความแปลกใหม่สำหรับคนไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทั้งคนที่ชอบ และแอนตี้ เหนือสิ่งอื่นใด เราก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ระบบเกียร์ Selematic ที่ทางแบรนด์บอกว่าเป็นเอกลักษณ์นั้น ไม่ค่อยเหมาะสมนักกับการที่จะนำมาใส่ในรถยนต์ ที่เป็นซิตี้คาร์ สำหรับวิ่งในในเมือง เพราะมันค่อนข้างสร้างปัญหาให้กับคนที่ไม่คุ้นชินเป็นอย่างมาก แต่หากคุณเข้าใจในคอนเซปต์ของเกียร์ และการออกแบบของรถยนต์รุ่นนี้ Khaorot.com เชื่อว่า คุณน่าจะสนุกกับมันได้อย่างไม่ยากเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปลี่ยนรูปแบบของการขับขี่ มาเป็นแบบควบคุมทุกอย่างด้วยมือ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า โลกทั้งโลกในรถของคุณ มือคุณเองกำหนดได้


ขอบคุณที่มาจาก : khaorot.com